เว็บไซต์
น่าชิม
ดอทคอม
ก้าวสู่
ปีที่ 7

ร้านปลาเขื่อน-น้าเอ๋ไก่ย่างโคราช จ.ฉะเชิงเทรา
โทร. 08-9792-2790
โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง
สาขารามอินทราฯ
วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557
คอนเสิร์ตการกุศล ดนตรีสร้งคุณค่าชีวิต
ศิลปิน วงคาราบาวและน้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบจากการประกวด 
"ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิตปี 56" 
ราคาบัตร 200 บาท 
สำรองที่นั่ง 02-944-5131-2
Tel.0-2866-2411 
โทร.0-2731-7384
โทร.08-9160-7437
ติดต่อออกร้าน 091-990-4536
ติดต่อโฆษณาบนหน้าหลักเว็บไซต์น่าชิมดอทคอม ได้ที่ 087-600-6999 แนะนำร้านอาหารฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่ arunwanna_l@yahoo.co.th
เก็บมาฝาก
จากวารสารวัฒนธรรมไทย
สำนักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม
*******
 
 
 
counter easy hit
 
 
บทความที่ตีพิมพ์ในอดีต...โดยแม่ลิ้นจี่...
 
.....แวะชิม..."ย้อนอดีตแวะชิมเมนูอร่อยที่ร้านอาหาร"สวนกุหลาบ"...
“แม่ลิ้นจี่พาชิม” หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2546


        เมื่อสมัยที่ “แม่ลิ้นจี่” ยังเป็นเด็กพอจำได้ว่าพ่อกับแม่เคยพาไปรับประทานอาหารอร่อยที่เป็นอาหารจีนในย่านวงเวียนเล็กฝั่งธนฯ อยู่หลายครั้ง  ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้จะอยู่ตรงเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ชื่อว่าร้าน “โค้วฮวดหลี” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่า “ภัตตาคารสวนกุหลาบ” ซึ่งพ่อจะพานั่งรถเฟียตสองประตูสุดเท่ในสมัยนั้น เปิดหลังคาผ้าใบแม่ลิ้นจี่ชอบยืนโผล่หัวออกมารับลมชมวิว ถ้าเป็นสมัยนี้คงแย่เพราะทั้งแดดและมลพิษในอากาศคงไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ....
        ในตอนนั้นยังคิดอยู่ในใจว่าอะไรกันนักกันหนาบ้านอยู่สี่แยกราชเทวีแต่พาไปกินไกลถึงฝั่งธนฯ เพิ่งจะมารู้ตอนโตนี่เองว่าความอร่อยไม่เป็นอุปสรรคอันใดแม้แต่ระยะทาง ที่ร้านนี้เขาเปิดขายกันมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 ตั้งแต่สมัยอากงจนถึงรุ่นหลานในปัจจุบัน ถ้าใครเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบในยุคนั้นคงจะรู้จักกันดีว่ามี “อาแป๊ะ” คนหนึ่งที่เคยหาบหมูสะเต๊ะขายอยู่ที่นั่นก่อนจะมาเปิดร้านใหญ่โตและใช้ชื่อว่า “สวนกุหลาบ”
        หลังจากนั้นเขายังมาเปิดร้านอาหารอยู่ที่ “สโมสรราชนาวี” ตรงท่าช้างริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520  ซึ่งแม่ลิ้นจี่กับพ่อก็มาแวะเวียนมากินเป็นขาประจำอยู่ทุกเดือนเช่นกัน  เหตุก็เพราะต้องมาเป็นสารถีคอยรับส่งพ่อที่ต้องมารับบำนาญที่พระบรมมหาราชวังอยู่ทุกเดือนก็เลยทำให้รู้จักคุ้นเคยร้านนี้ ที่นี่เขาเสริมอาหารไทยเข้ามาเพิ่มควบคู่กับอาหารจีน โดยเฉพาะถ้าใครเป็นลูกค้าเก่าของที่นี่คงจะรู้กันดีว่าร้านนี้อาหารและเครื่องดื่มของเขาทั้งอร่อยและถูก  ซึ่งอาจจะเพราะเป็นสถานที่ของทางราชการมีต้นทุนน้อยเลยขายในราคาถูกกันได้ แต่น่าเสียดายที่เขาเลิกกิจการจากที่นี่ไปตั้งแต่ต้นปี 2543
        แต่เดี๋ยวนี้เขาย้ายมาเปิดร้านใหม่อยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพหลโยธิน (ซอยกระทรวงการคลัง) ได้นานกว่า 3 ปี มาเจอะเจออีกครั้งก็เลยอดไม่ได้ที่จะแนะนำอาหารอร่อยที่มีตำนานสืบทอดกันมากว่า 50 ปีให้เราได้ชิมกัน ซึ่งในปัจจุบันที่ร้านนี้เขาบริหารงานโดย “คุณสุภาวดี กัมมาระบุตร” ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ควบคุมดูแลด้านอาหารโดยคุณแม่และแม่ครัวชุดเก่าดั้งเดิม ซึ่งมีอาหารในเมนูให้เราได้เลือกสั่งมากมายกว่า 400 ชนิด สนนราคาก็เริ่มต้นกันที่ 50 บาทไปจนถึงหลักร้อย
        ภายในร้านเป็นห้องแอร์โล่งโปร่งสบายไม่อึดอัด ส่วนด้านนอกมีระเบียงเป็นแนวยาวขนานกับตัวร้าน นอกจากนี้ยังมีห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่จุคนได้กว่า 50 ที่นั่งไว้คอยบริการพร้อมคาราโอเกะ ส่วนด้านหน้ามีลานจอดรถได้อีกหลายสิบคัน อาหารของที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะเน้นมาทางอาหารไทยมากกว่าอาหารจีน  กาลเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาย่อมการันตีความอร่อยและพอจะแนะนำกันได้แบบไม่ขายหน้า  และอาหารที่จะแนะนำให้ลองชิมในวันนี้ก็มี

แกงส้มปูไข่-ชะอม... ใครที่เป็นคอแกงส้มรับรองไม่ผิดหวังเพราะเขาปรุงได้ถึงเครื่องกันจริงๆ น้ำแกงเข้มข้นไม่ใช่ใสเหมือนน้ำล้างครกแบบที่บางร้านเขาทำกัน ที่นี่เขาจะเลือกใช้ปูทะเลก้ามโตๆ มีไข่อัดแน่นอยู่เต็มท้องและกระดอง ต้มรวมในน้ำแกงที่ปรุงมาจากน้ำพริกแกงโขลกเอง ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ปรุงรสชาติออกเปรี้ยวนำด้วยมะขามเปียก ตามด้วยหวานและเผ็ด ไข่ปูเป็นก้อนสีแดงลอยฟ่องเสิร์ฟมาในหม้อไฟ  ก้ามปูเขาทุบมาให้เสร็จสรรพไม่ลำบากในการกิน  เสิร์ฟมาพร้อมชะอมชุบไข่ทอด ตักราดกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนลืมอิ่ม ในราคาหม้อไฟ 500 บาท
ฉู่ฉี่ปลาเห็ดโคน.....เขาจะนำปลาเห็ดโคนขนาดกำลังดีมาแล่เอาก้างออก นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนกรอบเหลือง ราดด้วยน้ำพริกแกงฉู่ฉี่ที่ผัดมาจนหอมกรุ่น รสชาติออกหวาน มัน เค็ม  เผ็ดนิดๆ ติดปลายลิ้น โรยหน้าด้วยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย เนื้อปลายังคงความกรอบได้นานไม่เละแม้จะโดนราดด้วยเครื่องแกง ในราคาจานละ 120 บาท
ไก่ทอดตะไคร้กรอบ....ใช้ตะไคร้ทุบจนแตกเป็นฝอยคั้นน้ำออก คลุกเคล้าด้วยซอสปรุงรสนำไปทอดจนกรอบฟูเหมือนรังนก  นำเนื้อไก่ส่วนอกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงและแป้ง นำไปทอดจนกรอบเหลืองวางราดมาบนตะไคร้กรอบ ตักกินทั้งไก่และตะไคร้เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสามรสเปรี้ยวเค็มหวาน ในราคาจานละ 80 บาท
ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว....เมนูนี้ออกไปทางอาหารจีน ที่นี่เขาใช้ปลากะพงสดๆเป็นๆ ตัวขนาด 7 ขีด ที่แหวกว่ายอยู่ในบ่อเลี้ยง นำไปนึ่งกับซีอิ้ว จีนและน้ำมันงารสหอมหวาน โรยหน้าด้วยต้นหอมพริกเหลืองหั่นฝอย  และขิงฝอยทอดกรอบแก้เลี่ยน เนื้อปลาหวานสด รสชาติออกหวาน เค็ม มัน ในราคาจานละ 250 บาท
ยำใบมะกรูดทอด...เป็นเมนูใหม่ของที่ร้านเหมาะที่จะกินเป็นออร์เดิฟ  ที่นี่เขาจะปรุงน้ำยำด้วยน้ำพริกเผา ถั่วป่น ของทะเลปลาหมึก กุ้ง และหมูสับ ปรุงรสออกเปรี้ยวนำด้วยน้ำมะขาม หวาน เค็ม และมัน จัดวางอยู่ในจาน นำใบมะกรูดฉีกเส้นกลางออกชุบกับแป้งทอดจนใบกรอบโรยหน้าบนน้ำยำ  ตักกินทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ทั้งความหอมฉุนของสมุนไพรไทยและน้ำยำรสแซบ ในราคาจานละ 80 บาท
         แถมท้ายด้วยของหวานอีกเล็กน้อยเพราะขนมของที่นี่เขาขึ้นชื่อกันมานาน เช่น กระท้อนลอยแก้ว ระกำลอยแก้ว ไอศกรีมชาเย็น ไอศกรีมกะทิสด และกล้วยหอมทอด ลองสั่งมาชิมแล้วจะติดใจ ในราคา 30-35-40 บาท 
         อย่าลืมนะคะ...ว่างกันวันไหนก็ลองแวะมาสัมผัสกับตำนานความอร่อยที่ร้านอาหาร “สวนกุหลาบ” กันได้ทุกวัน เวลาเปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ 11.00 – 14.00 น. และ 16.30 – 23.00 น. ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์เวลา 11.00 – 23.00 น. หรือจะโทรมาสอบถามข้อมูลเพิ่มกันก่อนได้ที่ 0-2617-0425 แล้วพบกับ “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ได้ใหม่ในสัปดาห์ต่อไปนะคะ....

“แม่ลิ้นจี่พาชิม” ฉบับวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2546

 
 
 
ฉบับเดือนพฟษภาคม 2557
นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุนและเป็นกำลังใจ...
ให้คนสู้ชีวิต
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ด (ทุกสาขา) กรีนบุ๊ค
นายอินทร์ B2S
และแผงหนังสือทั่วประเทศ

 
สมัครรับจดหมายข่าว
Email / อีเมล์

สมัครสมาชิก
Copyright © 2007-2011
 
ผู้สนับสนุน