เว็บไซต์
น่าชิม
ดอทคอม
ก้าวสู่
ปีที่ 8

 
 
โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง
สาขารามอินทราฯ
=====================
อังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2557
บัตรราคา 200 บาท
**********************************
คอนเสิร์ต คาราบาว
จันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2557 
บัตรราคา 100 บาท
สำรองที่นั่ง 02-944-5131-2
ติดต่อออกร้าน 091-990-4536
Tel.0-2866-2411 
โทร.0-2731-7384
โทร.08-9160-7437
ติดต่อโฆษณาบนหน้าหลักเว็บไซต์น่าชิมดอทคอม ได้ที่ 087-600-6999 แนะนำร้านอาหารฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่ arunwanna_l@yahoo.co.th
เก็บมาฝาก
จากวารสารวัฒนธรรมไทย
สำนักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม
*******
 
 
 
counter easy hit
 
 
แม่ลิ้นจี่พาชิม..โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง...สาขาพระราม 3...
“แม่ลิ้นจี่พาชิม” ฉบับวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2552
... แวะชิม “เย็นตาโฟหม้อไฟ-ขาหมูเยอรมัน” ...
   ... ฉลอง 10 ปี ที่ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” พระราม 3...
        คอลัมน์พาชิมของหนังสือพิมพ์ “บ้านเมืองรายวัน” ก็กลับมาพบกับท่านผู้อ่านอีกครั้งเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ โดยมี “แม่ลิ้นจี่” เจ้าเก่าคอยเป็นผู้เลือกสรรร้านอาหารดีๆ พร้อมด้วยเมนูเด็ดๆ มาแนะนำให้ทุกท่านได้พากันไปลิ้มลอง....!
 
        อาหารอร่อยประจำสัปดาห์นี้เราจะพากันหลบลมร้อนของเมืองกรุงไปหาความสุขสันต์หลากหลายรูปแบบในสไตล์แบบครอบครัวกันที่ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” สาขาถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นอลังการสถานบันเทิงที่เปิดบริการกันมานานจนก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 10 ฟังแค่ชื่อร้านหลายท่านอาจจะคิดไปว่าที่นี่คงเหมือนผับเพลงเพื่อชีวิตทั่วไปที่เน้นขายแต่ความมึนเมา แต่เมื่อ “แม่ลิ้นจี่” มาสัมผัสจึงได้รับรู้อย่างถ่องแท้ว่าที่นี่เขาเป็นห้องอาหารในสไตล์แบบครอบครัวอย่างแท้จริง ภาพที่เห็นจะมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มากันเป็นหมู่คณะ และครอบครัวที่มีทั้งเด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่พากันมาอิ่มอร่อยกับอาหารจานเด็ด ฟังดนตรีไพเราะจากวง “ฟองน้ำ” ที่ควบคุมวงโดย “อ.บรู๊ช แกสตัน” ศิลปินนักร้องคุณภาพมากมาย พร้อมชมโชว์แบบไม่มีชาร์จอลังการเต็มเวทีด้วยแสง สี เสียง ตระการตา

         จากการที่ได้พูดคุยกับ “คุณสุพจน์ ธีระวัฒนชัย” กรรมการผู้จัดการของที่นี่ได้บอกเล่าให้ฟังว่า โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพระราม 3 เปิดบริการกันมานมนานจนย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้าทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สถานที่ก็กว้างขวางติดแอร์เย็นฉ่ำ แบ่งออกเป็นชั้นล่างและชั้นลอยสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 1,600 ที่นั่ง ซึ่งที่ร้านนี้เป็นต้นแบบของสถานบันเทิงที่ห้ามลูกค้าสูบบุหรี่ภายในอาคาร แต่จะจัดสถานที่เป็นระเบียงด้านนอกหลายสิบโต๊ะไว้บริการ มีกระจกใสกั้นกลางมองเห็นเวทีได้ชัดเจนเหมือนนั่งอยู่ภายใน เวทีดนตรีก็กว้างขวางมองเห็นได้ถ้วนทั่วโดยไม่มีเสามาบดบัง โดยเฉพาะในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมนี้ เขาจะรวมศิลปินทั้งสองสาขามาให้ความบันเทิงจนล้นเวทีแบบเต็มอิ่มตั้งแต่หัวค่ำยันดึกดื่น
 

         จุดเด่นของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงก็คือ “เบียร์สดรสชาติเยอรมัน” ที่ผลิตขึ้นเองตามสูตรเด็ดของเยอรมันต้นตำรับ มีให้เลือกดื่มด่ำถึง 3 รส 3 แบบ เช่น “ลาเกอร์เบียร์” เป็นเบียร์สีทองที่หมักบ่มนาน 28 วัน รสชาตินุ่มชุ่มลิ้น, ชนิดที่ 2 คือ “ดุงเกนเบียร์” หรือเบียร์ดำที่ทำมาจากมอลต์คั่วจนหอมกรุ่น หมักบ่มนาน 28 วัน, และชนิดที่ 3 คือ “ไวเซ่นเบียร์” ที่มีกลิ่นหอมของผลไม้ ฟองมากละมุนลิ้นเมื่อได้ลิ้มลอง ทั้ง 3 ชนิด เขาจะขายในราคาลิตรละ 250 บาท
         ส่วนทางด้านของอาหารนั้นที่นี่จะมีอาหารหลากหลายเมนูทั้งอาหาร ไทย จีน ยุโรป และอีสาน ให้เลือกสั่งมากมายกว่า 200 ชนิด อาหารทุกชนิดเขาทำได้ว่องไว “แม่ลิ้นจี่” เอ่ยปากสั่งแค่เพียง 15 นาทีก็ได้อิ่มเอมกันถ้วนหน้า ส่วนอาหารที่สั่งมาลิ้มลองกันในวันนี้ก็มี
 

 
ขาหมูเยอรมัน...แม้แต่คนเยอรมันต้นตำรับยังต้องยกนิ้วให้ อาหารจานนี้ต้องสั่งมากินแกล้มกับเบียร์สดจึงจะครบสูตร โดยเขาจะนำขาหมูช่วงของขาหน้าทั้งท่อนนำไปต้มกับเครื่องพะโล้ สมุนไพร และเครื่องยาจีน แบบข้ามวันข้ามคืน เมื่อลูกค้าสั่งจึงนำไปทอดในน้ำมันที่ท่วมท้นจนหนังด้านนอกกรอบกรุบ ส่วนเนื้อในนุ่มเนียนละมุนลิ้นแบบไร้มัน เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดผสมชีส และผักกาดดองผัด จิ้มกินกับน้ำจิ้ม 3 รสสูตรเฉพาะของที่นี่ ในราคาจานละ 350 บาท
 
 
กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา...เป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่มาเนิ่นนาน โดยเขาจะนำผักกะหล่ำปลีเลือกเอาเฉพาะแต่ใจผักล้วนๆ เด็ดออกเป็นใบๆ นำไปผัดกับน้ำมันในกระทะร้อนฉ่าแค่พอให้ผักไฟ ปรุงรสออกเค็มนำ ผัดฉ่าแค่พอสุกเล็กน้อยตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ ความอร่อยอยู่ที่กะหล่ำปลีใบอ่อนเคี้ยวได้กรอบกรุบ บวกกับรสเค็มเล็กน้อยจากน้ำปลาชั้นดี สั่งมาลิ้มลองกันได้ ในราคาจานละ 140 บาท
 
 
เย็นตาโฟหม้อไฟ...เมนูจานนี้เขาจะเสิร์ฟมาเป็นชุดทั้งน้ำซุปและเครื่องปรุงมี ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นลักบี้ ฮือก๊วย ปลาหมึกกรอบ เต้าหู้ทอด เลือดเป็ด ยอดผักบุ้ง ส่วนน้ำซุปเขาจะปรุงแต่งรสชาติมาเสร็จสรรพ ความอร่อยอยู่ที่สารพัดเครื่องปรุงที่สดใหม่ บวกกับน้ำซุปกลมกล่อมเสิร์ฟมาในหม้อไฟเดือดพล่าน ในราคาหม้อละ 220 บาท

 
ผักบุ้งซอยตะวันแดง...เขาจะเลือกใช้ผักบุ้งต้นอ่อนๆ เลาะใบออกจนเหลือแต่ลำต้นซอยเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยว นำไปผัดในกระทะร้อนๆ กับกระเทียม และพริกแดงหั่น ผัดแค่พอสะดุ้งไฟปรุงรสออกเค็มมัน ความอร่อยอยู่ที่เส้นผักบุ้งเขียวสดหวาน เคี้ยวกินได้กรอบกรุบสนุกปาก ไม่ว่าจะสั่งมาทานกันเล่นๆ หรือทานกันจริงจังก็อร่อยได้ทั้งสองแบบ ในราคาจานละ 180 บาท
 

 ปลากะพงทอดน้ำปลา...เขาจะใช้ปลากะพงสดขนาด 8 ขีด ขอดเกล็ดเลาะก้างออกคลุกเคล้าด้วยแป้งเล็กน้อย นำไปทอดในน้ำมันร้อนฉ่าวางแผ่หลามาในจานเปลใบใหญ่ ราดด้วยน้ำปลาดีปรุงรสออกหวานเค็ม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มพริกตำรสแซบจัดจ้าน ความอร่อยอยู่ที่เนื้อปลากะพงสดหวานกรอบนอกนุ่มใน บวกกับน้ำปลาปรุงรสออกเค็มนำ และรสหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น สั่งมาลองชิมกันได้ ในราคาจานละ 350 บาท
 
        นี่แค่เพียงตัวอย่างเล็กน้อยที่สั่งมาลิ้มลอง ยังมีอาหารอร่อยอีกมากมายหลายชนิดเชิญเปิดเมนูเลือกสั่งกันเองได้ ที่ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” สาขาพระราม 3 จะเปิดบริการกันทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-24.30 น. สถานที่ตั้งจะอยู่ตรงหัวมุมถนนพระราม 3 ตัดกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ มีที่จอดรถยนตร์สะดวกสบายนับได้กว่าร้อยคัน และเพื่อประกันความผิดหวัง “แม่ลิ้นจี่” ขอแนะนำให้โทรศัพท์มาจับจองโต๊ะกันไว้ล่วงหน้าที่หมายเลข 0-2678-1114-6
           แต่สำหรับท่านที่อยู่ในย่านลาดพร้าว และรามอินทราไม่สะดวกที่จะมาที่นี่ ก็สามารถแวะเวียนไปกันได้ที่ “โรงบียร์เยอรมันตะวันแดง” สาขา 2 ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา สนนราคาค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่าเทียมกับสาขาแรก ชมโชว์กายกรรมจากประเทศจีน และนักร้องคุณภาพอีกคับคั่ง ทุกคืนวันอาทิตย์ชม Copy Show จาก “ไมเคิ่น ตั๋ง” ฟังเสียงเพลงไพเราะจากนักร้องสาวอารมณ์ดี “นนทิยา จิวบางป่า”ได้ทุกคืนวันพฤหัสบดี-วันศุกร์-และวันเสาร์ โทรจับจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ 0-2944-5131-2 พิเศษ...เพื่อเป็นการฉลองก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 10 ของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ท่านที่มาใช้บริการในคืนวันอาทิตย์ และวันจันทร์ ทางร้านเขาจะมอบส่วนลดค่าอาหาร-เครื่องดื่มให้ทันที 20% ทั้ง 2 สาขา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2552
        สะดวกกันเมื่อไรขอเชิญแวะเวียนไปเยี่ยมชิมกันได้ สำหรับวันนี้คงต้องขอแนะนำกันแต่เพียงแค่นี้ แล้วพบกับ “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ได้ใหม่ในสัปดาห์ต่อไปนะคะ....! 
   “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ฉบับวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม2552
 
ฉบับเดือนสิงหาคม 2557
นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุนและเป็นกำลังใจ...
ให้คนสู้ชีวิต
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ด (ทุกสาขา) กรีนบุ๊ค
นายอินทร์ B2S
และแผงหนังสือทั่วประเทศ

 
สมัครรับจดหมายข่าว
Email / อีเมล์

สมัครสมาชิก
Copyright © 2007-2011
 
ผู้สนับสนุน