เว็บไซต์
น่าชิม
ดอทคอม
ก้าวสู่
ปีที่ 7

ร้านปลาเขื่อน-น้าเอ๋ไก่ย่างโคราช จ.ฉะเชิงเทรา
โทร. 08-9792-2790
โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง
สาขารามอินทราฯ
วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557
คอนเสิร์ตการกุศล ดนตรีสร้งคุณค่าชีวิต
ศิลปิน วงคาราบาวและน้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบจากการประกวด 
"ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิตปี 56" 
ราคาบัตร 200 บาท 
สำรองที่นั่ง 02-944-5131-2
Tel.0-2866-2411 
โทร.0-2731-7384
โทร.08-9160-7437
ติดต่อออกร้าน 091-990-4536
ติดต่อโฆษณาบนหน้าหลักเว็บไซต์น่าชิมดอทคอม ได้ที่ 087-600-6999 แนะนำร้านอาหารฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่ arunwanna_l@yahoo.co.th
เก็บมาฝาก
จากวารสารวัฒนธรรมไทย
สำนักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม
*******
 
 
 
counter easy hit
 
 
คอลัมน์ “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ฉบับวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2554
แม่ลิ้นจี่พาชิม ฉบับวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2550
... แวะชิม “ข้าวแช่” ตำรับมอญโบราณ ...
... ที่ร้าน “บ้านรามัญ” จ. ปทุมธานี ...
                พบกันอีกครั้งเป็นประจำเหมือนเช่นเคยในคอลัมน์พาชิมของหนังสือพิมพ์ “บ้านเมืองรายวัน” และทุกครั้งที่พบกัน “แม่ลิ้นจี่” เจ้าเก่าเป็นต้องพกพาเอาข้อมูลของเมนูจานเด็ดจากร้านอาหารทั่วทุกสารทิศมาแนะนำให้แฟนคอลัมน์ได้พากันแวะไปลิ้มลอง....!
 
                ช่วงเมษาฯหน้าร้อนแบบนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการหาอาหารที่ช่วยผ่อนคลายความร้อนอบอ้าวรับประทานกันให้ชื่นมื่น เมนูอร่อยน่าชิมประจำสัปดาห์นี้ “แม่ลิ้นจี่” ก็เลยขอถือโอกาสนำพาแฟนคอลัมน์ไปลิ้มลองอาหารไทยที่เรียกกันว่า “ข้าวแช่” กันดูบ้าง แต่ข้าวแช่ที่เราจะไปแวะชิมกันในฉบับนี้ไม่ใช่ข้าวแช่สูตรชาววัง แต่จะเป็น “ข้าวแช่ตำรับมอญโบราณ” ของชุมชนชาวมอญหรือรามัญที่ปทุมธานี ที่เขาสืบทอดสูตรเด็ดกันมาหลายชั่วอายุคน และยิ่งใกล้วันขึ้นปีใหม่ไทยหรือ “เทศกาลสงกรานต์” แบบนี้ ในสมัยก่อนลูกหลานชาวมอญที่ไปอยู่ยังต่างถิ่นก็จะพากันกลับคืนสู่เหย้า เพื่อมาช่วยกันตระเตรียมข้าวของทำบุญ และรื่นเริงด้วยการเล่นสะบ้าของหนุ่มสาว ส่วนอาหารจานเด่นในเทศกาลนี้ก็คือ “ข้าวแช่” ที่เขาจะทำไปถวายพระ และมอบให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
 
 
                ขั้นตอนการทำข้าวแช่นั้นก็ช่างพิถีพิถันเหลือจะพรรณา แม้แต่การหุงข้าวก็ต้องเลือกใช้แต่ข้าวหอมมะลิเก่า ต้องหุงกันกลางแจ้งรอให้น้ำเดือดพล่านจึงใส่ข้าวลงไปในหม้อ พอข้าวสุกได้ที่ต้องรีบตักออกไปผึ่งไว้ให้แห้งหมาดๆ บนผ้าขาวบาง จึงได้ข้าวที่มีเมล็ดสวยกลมร่วนไม่บานแฉะ วีธีทำน้ำข้าวแช่ก็ต้องใช้น้ำฝนต้มในหม้อดินสุ่มไฟด้วยแกลบจนเดือดพล่าน ยกลงรอให้เย็นอบด้วยควันเทียนปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืนจนได้น้ำข้าวแช่กลิ่นหอมกรุ่น แม้แต่เครื่องเคียงก็มีวีธีทำที่บางอย่างจะแตกต่างจะข้าวแช่ชาววัง และทั้งหมดที่กล่าวนำมานี้เป็นวีธีทำ “ข้าวแช่ตำรับมอญ” ของร้านที่เรากำลังจะพากันไปลิ้มลองในฉบับนี้
 
 
                และจากการที่ได้พูดคุยกับ “คุณกรรวี ธัญญะตุลย์” หรือ “คุณแหม่ม” บก.ข่าวการเมือง ไทยทีวีช่อง 3 ซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้บอกเล่าให้ “แม่ลิ้นจี่” ฟังว่า ตนเองนั้นเป็นสาวไทยเชื้อสายมอญโดยกำเนิดบ้านเกิดอยู่ที่เมืองปทุมธานี ซึ่งคุณยายนั้นมีเสน่ห์ปลายจวักในการปรุงอาหารมอญโบราณได้มากมาย ต่อมาจึงได้สืบทอดสูตรเด็ดมาสู่รุ่นคุณน้าคือ “คุณขจิตร อรุณรัตน์” ที่มีอายุกว่า 74 ปี ซึ่งตอนนี้ได้มาเป็นแม่ครัวเอกคอยควบคุมรสชาติของอาหารทุกจานก่อนจะออกจากครัว และจากที่ตนเองและครอบครัวมีความคิดตรงกันว่า  นับวันอาหารมอญโบราณเริ่มจะสูญหายไปจากท้องถิ่นจึงได้อนุรักษ์อาหารมอญต้นตำรับให้คงอยู่ต่อไป ด้วยการใช้บ้านของตนเองซึ่งเป็นบ้านไม้ทรงไทยอายุกว่า 200 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาเปิดเป็นร้านอาหารได้นานกว่า 5 ปี โดยใช้ชื่อว่าร้าน “บ้านรามัญ”
  
 
                สถานที่ตั้งของร้านนี้เขาจะจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองโซน ที่แรกจะเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำผนังเป็นกระจกใสมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้ชัดเจน โซนที่สองจะเป็นระเบียงริมน้ำกว้างขวาง ซึ่งลูกค้าส่วนมากจะชื่นชอบมานั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งเจ้าพระยาที่มีลมพัดโดยไม่ต้องใช้พัดลม ส่วนทางด้านอาหารนั้นนอกจากจะมีอาหารสูตรมอญโบราณให้ลิ้มลองกันแล้ว ก็ยังมีอาหารไทยโบราณ และอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นให้เลือกสั่งมากกว่า 100 ชนิด สนนราคาก็ไม่แพงเริ่มต้นที่จานละ 80-300 บาท ส่วนอาหารที่ “แม่ลิ้นจี่” จะแนะนำให้ลองสั่งมาชิมกันในวันนี้ก็มี
 
 
                ข้าวแช่ตำรับมอญ... เขาจะเสิร์ฟมาเป็นชุดพร้อมเครื่องเคียงต่างๆ ในหนึ่งชุดก็จะมี ข้าวแช่เย็นฉ่ำ ปลาป่น ลูกกะปิทอด หมูฝอย แตงโม ไชโป๊วหวาน กระเทียมดองผัด และกะละแม วิธีปรุงเครื่องเคียงบางอย่างจะแตกต่างจากข้าวแช่ชาววังก็คือ เช่น ไชโป๊วจะนำไปผัดกับหัวกะทิเติมน้ำตาลเล็กน้อย ผัดจนน้ำกะทิแห้งงวดจนได้ไชโป๊วที่มีรสหวานมันจากกะทิ ไม่ได้หวานแบบเคลือบด้วยน้ำตาลอย่างเราเคยชิม ส่วนกระเทียมดองเขาจะซอยแล้วนำไปผัดใส่ไข่และหัวกะทิผัดจนน้ำกะทิแห้งงวดจนได้กระเทียมดองรสหวาน มัน เค็ม และที่แตกต่างอีกอย่างก็คือเขาจะมีแตงโมมาให้เราได้จิ้มกินกับปลาป่น และกะละแมไว้ทานเคียงคู่ วิธีรับประทานข้าวแช่ให้อร่อยและถูกวิธีก็ต้องตักเครื่องเคียงเคี้ยวกินแล้วค่อยตักข้าวแช่เคี้ยวตาม ถ้านำเครื่องเคียงลงไปใส่ในข้าวแช่จะทำให้น้ำข้าวแช่ขุ่นข้นไม่น่ารับประทาน ลองสั่งมาชิมกันก็ได้นะคะ ในราคาแค่เพียงชุดละ 120 บาท
 
 
                แกงกระเจี๊ยบ...เป็นอาหารมอญโบราณ โดยเขาจะนำฝักกระเจี๊ยบ ใบกระเจี๊ยบ นำไปต้มในน้ำซุปพร้อมกุ้งสดแกะเปลือก ปรุงรสชาติออกเปรี้ยวนำ เค็ม และหวานเล็กน้อย ในราคาชามละ 150 บาท
  
 
                แกงมะตาด...เป็นอาหารมอญโบราณที่หาทานได้ยากในยุคนี้ โดยเขาจะนำผลมะตาดลูกกลมๆ เขียวๆ ซึ่งจะมีเฉพาะบางฤดูกาล นำไปสับก่อนนำไปต้มกับน้ำกะทิสดจนเดือดพล่าน ใส่กุ้งสด ปรุงรสออกเปรี้ยวนำเล็กน้อย เค็ม และมันจากกะทิสด ลองชิมดูได้ในราคาชามละ 150 บาท
  
 
                สายบัวต้มกะทิ...อาหารจานโปรดของแม่ลิ้นจี่มาแต่เยาว์วัย เขาจะเลือกเอาแต่สายบัวเส้นอ่อนๆ เด็ดเป็นท่อนๆ นำไปต้มกับน้ำกะทิสดจนเดือดพล่าน ใส่ปลาทูสดตัวใหญ่ ปรุงรสออกเค็มนำ มันจากกะทิ และรสหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น ความอร่อยอยู่ที่สายบัวกรอบกรุบกะทิหวานมัน ปลาทูสดเนื้อแน่น สั่งมาทานกับข้าวสวยร้อนๆ ในราคาชามละ 150 บาท
  
 
                ยำถั่วพูโบราณ...เขาจะนำถั่วพูลวกน้ำร้อนแค่พอสุกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปยำรวมกับกุ้งสดต้มแกะเปลือก ใส่ถั่วป่น น้ำพริกเผา ปรุงรสออกเปรี้ยว เค็ม หวาน เสิร์ฟมาในจานพร้อมไข่ต้มผ่าซีก ความอร่อยอยู่ที่ถั่วพูสดเคี้ยวกินได้กรอบกรุบสนุกปาก บวกกับเครื่องยำรสชาติจัดจ้าน ในราคาจานละ 80 บาท
  
                นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูที่น่าชิมอีกมากมาย เช่น กุ้งก้ามกรามสดๆ ตกมาจากแม่น้ำหน้าร้าน ในราคากิโลกรัมละ 800 บาท ว่างกันวันไหนก็ลองแวะมาเยี่ยมชิมกันได้ ที่ร้าน “บ้านรามัญ” จะเปิดบริการกันทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.30 น. สถานที่ตั้งก็หากันไม่ยาก..ถ้ามาจากรังสิตตามเส้นทางถนนกรุงเทพฯ-ปทุมธานี ถึงสามแยกหน้าโรงพยาบาลเซนต์คารอสให้เลี้ยวขวา ผ่านหน้าวิทยาลัยเทคนิคปทุมฯ ขึ้นสะพานปทุมธานีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงไปกลับรถที่ใต้สะพานข้างหน้า (แยกสันติสุข) กลับมาที่ใต้สะพานปทุมฯ เลี้ยวซ้ายไป 50 เมตรจะเห็นร้านอยู่ด้านขวา มีที่จอดรถอยู่ตรงข้ามได้หลายสิบคัน แต่ถ้าเกรงว่าจะหากันไม่เจอโทรศัพท์ไปสอบถามเส้นทางกันก่อนได้ที่ 0-2581-3816 และ 0-2978-1997 

สำหรับวันนี้คงต้องขอแนะนำกันแต่เพียงแค่นี้ แล้วพบกับ “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ได้ใหม่ในสัปดาห์ต่อไปนะคะ...! (ค้นหาร้านอาหารอร่อยน่าชิมได้ใน www.naachim.com)

แม่ลิ้นจี่พาชิม ฉบับวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2550

 
ฉบับเดือนพฟษภาคม 2557
นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุนและเป็นกำลังใจ...
ให้คนสู้ชีวิต
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ด (ทุกสาขา) กรีนบุ๊ค
นายอินทร์ B2S
และแผงหนังสือทั่วประเทศ

 
สมัครรับจดหมายข่าว
Email / อีเมล์

สมัครสมาชิก
Copyright © 2007-2011
 
ผู้สนับสนุน